Skip to content
โมเดลและงานวิจัย

Google DeepMind ใช้ AI จำลองความทรงจำที่ไม่เคยถูกบันทึกของคู่รักขึ้นใหม่ ใน 'Love, Rendered'

กูเกิล ดีปมายด์ (Google DeepMind) เปิดเผยรายละเอียดการใช้ปัญญาประดิษฐ์ฟื้นฟูภาพและจับการแสดงเพื่อช่วยให้คู่รักคู่หนึ่งได้สร้างความทรงจำอันล้ำค่าที่ไม่เคยถูกบันทึกเป็นภาพถ่ายมาก่อนขึ้นมาใหม่

โดย DigitalNeuron Deskอ่าน 1 นาที

คำตอบโดยย่อ

Google DeepMind ประกาศอะไรเกี่ยวกับสารคดีเรื่อง 'Love, Rendered'?

กูเกิล ดีปมายด์ ระบุว่าได้ร่วมมือกับทีมผู้สร้างภาพยนตร์ในการผลิตสารคดีเรื่อง 'Love, Rendered' ซึ่งใช้โมเดลปัญญาประดิษฐ์สำหรับฟื้นฟูภาพเชิงสร้างสรรค์และจับการแสดง เพื่อสร้างความทรงจำขึ้นใหม่ให้กับเบิร์ตและเอเธล แชตซ์ คู่สามีภรรยาที่แต่งงานกันมานานกว่า 70 ปี ซึ่งความทรงจำนี้ไม่เคยถูกถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอไว้เลย นอกจากนี้ กูเกิลยังระบุด้วยว่าผู้ใช้สามารถฟื้นฟูและลงสีภาพถ่ายครอบครัวได้ด้วยแอปเจมินี (Gemini)

ประเด็นสำคัญ

  • กูเกิล ดีปมายด์ ร่วมมือกับผู้สร้างภาพยนตร์ ลิซ การ์บัส, แดน โคแกน และบริษัท Primordial Soup ของดาร์เรน อโรนอฟสกี้ ในการผลิตสารคดีสั้นเรื่อง 'Love, Rendered'
  • ภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวของเบิร์ตและเอเธล แชตซ์ คู่สามีภรรยาที่ใช้ชีวิตร่วมกันมากว่า 70 ปี โดยใช้เทคโนโลยีเอไอจำลองวันที่ทั้งคู่พบกันครั้งแรกที่สหกรณ์นักศึกษาแห่งหนึ่งในเมืองคลีฟแลนด์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยมีการบันทึกภาพหรือวิดีโอไว้เลย
  • กูเกิล ดีปมายด์ ระบุว่าทีมงานใช้แนวทางเทคนิคสองส่วน ได้แก่ การฟื้นฟูภาพเชิงสร้างสรรค์เพื่อซ่อมแซมภาพถ่ายขาวดำเก่า และโมเดลจับการแสดงเพื่อถ่ายทอดบุคลิกท่าทางของคู่รักในปัจจุบันลงบนใบหน้าในวัยหนุ่มสาวของพวกเขา
  • ไมเคิล ชาง วิศวกรจาก Google DeepMind เผยว่า Ethelle ทำหน้าที่เป็นผู้ร่วมสร้างสรรค์อย่างจริงจังตลอดกระบวนการ โดยช่วยแก้ไขรายละเอียดต่าง ๆ เช่น ความโค้งของบันได หรือรูปทรงของส้นรองเท้า
  • กูเกิลระบุว่าผู้คนสามารถใช้แอปเจมินีเพื่อฟื้นฟูและลงสีภาพถ่ายครอบครัวของตนเองได้

Google DeepMind ระบุว่าได้ร่วมงานกับทีมผู้สร้างภาพยนตร์เพื่อผลิต "Love, Rendered" สารคดีสั้นที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยให้คู่รักคู่หนึ่งได้รื้อฟื้นความทรงจำอันล้ำค่าที่ไม่เคยถูกบันทึกไว้ในภาพถ่ายหรือภาพยนตร์ใดๆ มาก่อน

โครงการนี้ ซึ่งบรรยายไว้ในโพสต์ของไมเคิล ชาง วิศวกรของ Google DeepMind มีศูนย์กลางอยู่ที่เบิร์ตและเอเธลล์ แชตซ์ คู่สามีภรรยาที่แต่งงานกันมานานกว่า 70 ปี ตามข้อมูลของ Google ภาพยนตร์เรื่องนี้ติดตามคู่รักคู่นี้ขณะที่พวกเขาเผชิญกับภาวะความจำเสื่อมของเบิร์ต รวมถึงการเลือนหายไปของความทรงจำอันล้ำค่าที่สุดเรื่องหนึ่งของทั้งคู่ นั่นคือวันที่พวกเขาพบกันครั้งแรกที่สหกรณ์นักศึกษาแห่งหนึ่งในเมืองคลีฟแลนด์ เนื่องจากวันนั้นไม่เคยถูกถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอไว้เลย Google ระบุว่าความทรงจำนี้จึงมีอยู่เพียงในใจของเบิร์ตและเอเธลล์เท่านั้น

Google ระบุว่า "Love, Rendered" กำกับโดยลิซ การ์บัส และอำนวยการสร้างร่วมกับแดน โคแกน และดาร์เรน อโรนอฟสกี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง Google DeepMind กับ Primordial Soup ซึ่งเป็นบริษัทด้านความคิดสร้างสรรค์ของอโรนอฟสกี้

แนวทางเทคนิคสองส่วน

Google DeepMind ระบุว่าการเชื่อมช่องว่างในบันทึกภาพที่ขาดหายไปของคู่รักคู่นี้ต้องอาศัยกระบวนการทางเทคนิคสองส่วน โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาสิ่งที่บริษัทเรียกว่า "ความจริงทางอารมณ์" เอาไว้

  • การฟื้นฟูภาพ: ตามข้อมูลของ Google ทีมงานใช้โมเดลปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์เพื่อฟื้นฟูภาพถ่ายขาวดำของเบิร์ตและเอเธลล์สมัยหนุ่มสาว ซึ่งบริษัทระบุว่าช่วยให้การรื้อสร้างในขั้นตอนถัดไปยังคงสอดคล้องกับตัวตนที่แท้จริงของทั้งคู่
  • การควบคุมท่าทางและการแสดง: Google DeepMind ระบุว่าวิศวกรใช้โมเดลจับการแสดง (performance capture) เพื่อถ่ายทอดลักษณะเฉพาะตัวเล็กๆ น้อยๆ ของทั้งคู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นมุมเอียงศีรษะของเบิร์ต ความลังเลในน้ำเสียงขณะพูด และริ้วรอยยับย่นรอบดวงตา ไปสู่ภาพลักษณ์ในวัยเยาว์ของพวกเขา

Google ระบุว่าการผสานสองวิธีนี้เข้าด้วยกันทำให้ทีมงานสามารถ "ถักทออดีตและปัจจุบันของเบิร์ตและเอเธลล์เข้าไว้ด้วยกัน" จนเกิดเป็นความทรงจำที่ถูกรื้อสร้างขึ้นใหม่ ซึ่งคู่รักคู่นี้บรรยายว่ารู้สึกสมจริงราวกับเป็นเรื่องจริง

ชางเขียนว่าเอเธลล์ทำงานร่วมกับทีมเทคนิคโดยตรง ในบทบาทที่ Google DeepMind เรียกว่าผู้ร่วมสร้างสรรค์ที่มีส่วนร่วมอย่างจริงจัง โดยเธอช่วยแก้ไขรายละเอียดทางภาพเฉพาะจุด เช่น ความโค้งของบันได หรือรูปทรงของส้นรองเท้า เพื่อกำกับทิศทางผลลัพธ์จากปัญญาประดิษฐ์

ชางยังเขียนด้วยว่าโครงการนี้มีความหมายเป็นการส่วนตัวสำหรับเขา โดยเล่าว่าเขาได้ทดลองใช้เครื่องมือฟื้นฟูภาพและสร้างภาพเคลื่อนไหวแบบเดียวกันนี้กับภาพถ่ายเก่าของครอบครัวตัวเอง หลังจากที่ปู่ของเขาประสบภาวะความจำเสื่อมจากอาการหลอดเลือดสมอง

Google ระบุว่าความสามารถด้านการฟื้นฟูและลงสีภาพที่ใช้ในโครงการนี้เปิดให้สาธารณชนใช้งานได้แล้วผ่านแอป Gemini ซึ่งผู้ใช้สามารถนำไปใช้กับภาพถ่ายครอบครัวของตนเองได้

นอกจากนี้ Google ยังชี้ไปยังคำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการทำงานทางเทคนิคจากเจส กาเยกอส เพื่อนร่วมงาน ซึ่งถูกอ้างอิงไว้ในโพสต์ของชาง

ที่มา: Google, "Recreating a 70-year love story frame by frame," เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026

คำถามที่พบบ่อย

"Love, Rendered" คืออะไร
นี่คือสารคดีสั้นที่กำกับโดยลิซ การ์บัส และร่วมผลิตโดยแดน โคแกน และดาร์เรน อโรนอฟสกี้ บอกเล่าเรื่องราวของเบิร์ตและเอเธล แชตซ์ คู่สามีภรรยาที่แต่งงานกันมานานกว่า 70 ปี ซึ่งจัดทำขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างกูเกิล ดีปมายด์ และบริษัท Primordial Soup ของอโรนอฟสกี้
ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดความทรงจำเรื่องใด
กูเกิล ดีปมายด์ ระบุว่าภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างวันที่เบิร์ตและเอเธลพบกันครั้งแรกที่สหกรณ์นักศึกษาในเมืองคลีฟแลนด์ขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นความทรงจำที่มีอยู่เพียงในใจของทั้งคู่เท่านั้น เพราะไม่เคยถูกถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอไว้เลย
Google DeepMind ใช้เทคนิค AI แบบใดบ้าง
ตามข้อมูลของกูเกิล ดีปมายด์ ทีมงานได้ผสานการฟื้นฟูภาพเชิงสร้างสรรค์บนภาพถ่ายขาวดำเก่า เข้ากับโมเดลจับการแสดงที่ถ่ายทอดบุคลิกท่าทางเล็กๆ น้อยๆ ของคู่รักในปัจจุบันลงบนใบหน้าในวัยหนุ่มสาวของพวกเขา
ประชาชนทั่วไปสามารถใช้เทคโนโลยีนี้ได้หรือไม่
กูเกิลระบุว่าผู้คนสามารถใช้แอปเจมินีเพื่อฟื้นฟูและลงสีภาพถ่ายครอบครัวของตนเองได้

แหล่งข้อมูล

  1. Recovering fading memories with Google AIGoogle
แท็กgoogle-deepmindgeminigenerative-aiimage-restorationdocumentaryai-video

อ่านเพิ่มเติม

อัพส테จ เปิดตัว Syn Pro โมเดลภาษาใหญ่ (LLM) ภาษาญี่ปุ่น พัฒนาร่วมกับคาราคุริ

อัปสเตจ (Upstage) เปิดตัว Syn Pro โมเดลภาษาขนาดใหญ่สำหรับภาษาญี่ปุ่น ซึ่งพัฒนาร่วมกับบริษัทคาราคุริ (Karakuri Inc.) โดยอัปสเตจระบุว่าโมเดลนี้ครองอันดับหนึ่งในกลุ่มโมเดลภาษาญี่ปุ่นที่ฝึกในประเทศซึ่งมีขนาดต่ำกว่า 3.2 หมื่นล้านพารามิเตอร์ ติดอันดับ 20 อันดับแรกของโลกบนกระดานจัดอันดับ Nejumi Leaderboard และสามารถติดตั้งใช้งานได้ทั้งแบบออนพรีมิส บนคลาวด์ส่วนตัว หรือบนจีพียูของลูกค้าเอง

อ่าน 4 นาที

DeepSeek เปิดตัว V4.1-Flash พร้อมความสามารถเข้าใจภาพแบบเนทีฟ

ดีปซีก (DeepSeek) เปิดตัว V4.1-Flash โมเดลผสมผู้เชี่ยวชาญ (mixture-of-experts) ขนาด 5.52 แสนล้านพารามิเตอร์ ที่มีความสามารถด้านการเข้าใจภาพในตัวโดยกำเนิด บริษัทระบุว่าสถาปัตยกรรมแบบไม่สมมาตรของโมเดลนี้เปิดใช้งาน 8 พันล้านพารามิเตอร์สำหรับข้อมูลนำเข้า และ 1.6 หมื่นล้านพารามิเตอร์สำหรับผลลัพธ์ที่ส่งออก ขณะนี้โมเดลดังกล่าวเปิดให้ใช้งานแล้วผ่าน DeepSeek API ซึ่งมีการปรับโครงสร้างราคาใหม่ทั้งช่วงเวลาเร่งด่วนและช่วงเวลาปกติ

อ่าน 5 นาที

Upstage เปิดตัว Solar Mini โมเดลภาษาโอเพนซอร์สขนาดกะทัดรัด

Upstage เปิดตัว Solar Mini โมเดลภาษาขนาดใหญ่แบบกะทัดรัด ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม Llama 2 จำนวน 32 เลเยอร์ และกำหนดค่าเริ่มต้นด้วยค่าน้ำหนักของ Mistral 7B บริษัทระบุว่าเทคนิคการขยายความลึกของตนผสานการขยายโมเดลตามแนวลึกเข้ากับการฝึกเบื้องต้นอย่างต่อเนื่อง Solar Mini เปิดให้บุคคลทั่วไปใช้งานภายใต้สัญญาอนุญาต Apache 2.0

อ่าน 5 นาที