Skild AI เปิดตัวโมเดลหุ่นยนต์ S1 ที่ฝึกด้วยสถาปัตยกรรม Physical AI ของ NVIDIA
Skild AI ระบุว่าโมเดลพื้นฐานสำหรับหุ่นยนต์ S1 ตัวใหม่สามารถเรียนรู้งานที่ไม่เคยพบมาก่อนและมีขั้นตอนยาวได้จากวิดีโอเพียงคลิปเดียว โดยพัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีจำลองสถานการณ์และฝึกฝนของ NVIDIA
คำตอบโดยย่อ
Skild AI ประกาศความร่วมมือกับ NVIDIA เกี่ยวกับโมเดลหุ่นยนต์ S1 ตัวใหม่ว่าอย่างไร
Skild AI เปิดตัว S1 โมเดลพื้นฐานสำหรับหุ่นยนต์ที่สามารถเรียนรู้งานใหม่ซึ่งมีหลายขั้นตอนได้จากการดูวิดีโอสาธิตเพียงคลิปเดียว โดยไม่ต้องฝึกซ้ำ โมเดลนี้พัฒนาขึ้นบนเทคโนโลยีของ NVIDIA ได้แก่ Isaac Lab, Cosmos, Omniverse และ TensorRT ทาง Skild ระบุว่า S1 ทำสำเร็จ 66% ของขั้นตอนในงานใหม่ เทียบกับ 9% ของระบบที่ใกล้เคียงกัน และบริษัทมีรายได้ต่อปีแตะระดับ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว
ประเด็นสำคัญ
- Skild AI ระบุว่าโมเดลพื้นฐานสำหรับหุ่นยนต์ S1 สามารถเรียนรู้งานที่ไม่เคยพบมาก่อนและมีขั้นตอนยาวได้จากวิดีโอสาธิตเพียงคลิปเดียว โดยไม่ต้องปรับค่าน้ำหนักหรือฝึกซ้ำเฉพาะงาน
- บริษัทรายงานว่า S1 ทำสำเร็จประมาณ 66% ของขั้นตอนในงานใหม่ที่มีหลายขั้นตอนตามผลการทดสอบ เทียบกับ 9% ของระบบ AI ที่ใกล้เคียงกันซึ่งใช้เปรียบเทียบ
- Skild สร้างและฝึกฝน S1 โดยใช้เทคโนโลยีของ NVIDIA ได้แก่ Isaac Lab, Cosmos, Cosmos Curator, Omniverse, Isaac Sim, Nsight และ TensorRT ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างข้อมูล การจำลองสถานการณ์ การฝึกฝน ไปจนถึงการใช้งานจริง
- Skild ระบุว่ามีรายได้ต่อปีแตะระดับ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลาประมาณ 10 เดือนหลังการใช้งานเชิงพาณิชย์ครั้งแรก และมีความร่วมมือด้านการใช้งานมากกว่า 60 แห่ง
- Skild, NVIDIA และ Foxconn กำลังนำ Skild Brain ไปใช้กับแขนกลคู่เพื่อประกอบระบบ NVIDIA Blackwell ตามที่ระบุในประกาศ
Skild AI ได้เปิดตัว S1 โมเดลพื้นฐานสำหรับหุ่นยนต์ที่บริษัทระบุว่าสามารถเรียนรู้งานที่ไม่คุ้นเคยและมีหลายขั้นตอนได้จากวิดีโอสาธิตเพียงคลิปเดียว โดยไม่ต้องฝึกซ้ำหรือใช้ข้อมูลเฉพาะงานเพิ่มเติม โมเดลนี้เปิดตัวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วตามข้อมูลของ NVIDIA และถูกสร้างและฝึกฝนโดยใช้โครงสร้างพื้นฐาน Physical AI ของ NVIDIA ตลอดกระบวนการตั้งแต่การสร้างข้อมูล การจำลองสถานการณ์ การฝึกฝน ไปจนถึงการใช้งานจริง
หลักการทำงานของ S1
Skild อธิบายว่าผู้ควบคุมจะบันทึกวิดีโอของงานหนึ่ง ๆ แล้วป้อนให้ S1 ในลักษณะพรอมต์ โมเดลจะตีความวัตถุ เจตนา และลำดับขั้นตอนที่ปรากฏในวิดีโอ จากนั้นแปลงข้อมูลดังกล่าวเป็นการกระทำสำหรับหุ่นยนต์ที่กำลังควบคุมอยู่ โดยไม่ต้องปรับค่าน้ำหนักของโมเดล บริษัทเรียกวิธีการนี้ว่า in-context learning
Skild ระบุว่า S1 สามารถทำงานที่ไม่คุ้นเคยซึ่งใช้เวลานานถึง 10 นาที เช่น การปลูกต้นไม้ลงกระถาง การทำแพนเค้ก การชงกาแฟแบบดริป และการประกอบชุดอุปกรณ์ โดยบางงานมีขั้นตอนการหยิบจับหลายสิบขั้นตอนที่หุ่นยนต์ไม่เคยทำในลำดับดังกล่าวมาก่อน ในการทดสอบปลูกต้นไม้ลงกระถางครั้งหนึ่งที่บริษัทอ้างถึง ทีมงานใช้เวลาเพียง 11 นาทีนับจากการบันทึกวิดีโอสาธิตจนถึงการทำงานอัตโนมัติบนอุปกรณ์จริง นอกจากนี้ Skild ยังระบุว่าโมเดลสามารถปรับตัวเมื่อวัตถุเคลื่อนที่และแก้ไขข้อผิดพลาดระหว่างทำงานได้
Skild รายงานว่าในการทดสอบกับงานใหม่ที่มีหลายขั้นตอน S1 ทำสำเร็จประมาณ 66% ของขั้นตอนทั้งหมด เทียบกับ 9% ของระบบ AI ที่ใกล้เคียงกัน และประเมินว่าตัวอย่างวิดีโอสั้น ๆ เพียงคลิปเดียวสามารถให้คุณค่าเทียบเท่ากับตัวอย่างการฝึกภาคปฏิบัติราว 380 ตัวอย่าง ซึ่งบริษัทระบุว่าหากให้มนุษย์เก็บข้อมูลเองจะต้องใช้เวลา 50 ถึง 100 ชั่วโมง
เทคโนโลยีของ NVIDIA เบื้องหลังโมเดลนี้
ตามข้อมูลของ NVIDIA Skild ฝึกฝน "สมองหุ่นยนต์ร่วม" ของตนโดยใช้ข้อมูลจากการจำลองสถานการณ์ วิดีโอมนุษย์ และการควบคุมระยะไกล โดยอาศัยหลายส่วนของสถาปัตยกรรมของ NVIDIA Cosmos ซึ่งอธิบายว่าเป็นโมเดลพื้นฐานแบบโลกเปิด ถูกใช้เพื่อเพิ่มความหลากหลายของข้อมูลฝึกฝนและแปลงวิดีโอให้เป็นคำอธิบายเชิงโครงสร้าง ขณะที่ Cosmos Curator ทำหน้าที่ใส่คำอธิบายประกอบ กรอง และจัดระเบียบข้อมูลในระดับขนาดใหญ่
Skild ยังใช้ไลบรารี Omniverse ของ NVIDIA และเฟรมเวิร์ก Isaac Sim เพื่อสร้างข้อมูลและตรวจสอบพฤติกรรมของหุ่นยนต์ในสภาพแวดล้อมจำลองก่อนนำไปใช้งานจริง พร้อมทั้งใช้การเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (reinforcement learning) ใน Isaac Lab ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์กการเรียนรู้ของหุ่นยนต์แบบโมดูลาร์เปิด ขับเคลื่อนด้วยเอนจินฟิสิกส์ Newton เพื่อจำลองแรง การสัมผัส การชน และแรงดัน NVIDIA ระบุว่าตนและ Skild กำลังร่วมกันพัฒนาตัวแก้ปัญหาการจำลองสถานการณ์แบบเร่งความเร็วด้วย GPU รุ่นใหม่ สำหรับจำลองการจับและหยิบวัตถุของหุ่นยนต์ ซึ่งจะถูกเพิ่มเข้าไปใน Newton สำหรับนักพัฒนาทุกคน เครื่องมือ NVIDIA Nsight ถูกใช้เพื่อระบุจุดคอขวดด้านประสิทธิภาพในการฝึกฝน และชุดพัฒนาซอฟต์แวร์ TensorRT ช่วยปรับแต่งโมเดลให้เหมาะสมสำหรับการอนุมาน
การนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์
NVIDIA ระบุว่า Skild มีรายได้ต่อปีแตะระดับ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลาประมาณ 10 เดือนหลังการใช้งานเชิงพาณิชย์ครั้งแรก และได้สร้างความร่วมมือด้านการใช้งานมากกว่า 60 แห่ง ครอบคลุมภาคการผลิต โลจิสติกส์ การตรวจสอบ ความปลอดภัย และการเตรียมอาหาร
หนึ่งในการใช้งานจริงที่กล่าวถึงในประกาศฉบับนี้คือความร่วมมือระหว่าง Skild, NVIDIA และ Foxconn ในการใช้ Skild Brain กับแขนกลคู่สำหรับการประกอบระบบ NVIDIA Blackwell ในขั้นตอนการทำงานที่สาธิต หุ่นยนต์จะติดตั้งบัสบาร์และตัวจำกัดขอบเขต พร้อมขันสกรู 16 ตัว โดยปรับตัวตามสิ่งรบกวนที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน ตามข้อมูลของ NVIDIA
ดีปัก พาทัก (Deepak Pathak) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Skild AI กล่าวในประกาศดังกล่าวว่า "การเรียนรู้จากประสบการณ์ แทนที่จะเป็นการเขียนโปรแกรมไว้ล่วงหน้า คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นในวงการหุ่นยนต์ เทคโนโลยี NVIDIA Isaac Lab และ NVIDIA Cosmos ช่วยให้ Skild สร้างประสบการณ์ที่หลากหลายและขยายขนาดได้ ซึ่งหุ่นยนต์ของเราจำเป็นต้องใช้ในการเรียนรู้ผ่านสถานการณ์และรูปแบบร่างกายที่หลากหลาย"
แหล่งที่มา: NVIDIA Blog, "Skild AI Taps NVIDIA Physical AI to Teach Robots New Tasks From a Single Video," เผยแพร่เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026
คำถามที่พบบ่อย
- โมเดล S1 ของ Skild AI คืออะไร
- S1 คือโมเดลพื้นฐานสำหรับหุ่นยนต์จาก Skild AI ซึ่งบริษัทระบุว่าสามารถเรียนรู้และปฏิบัติงานใหม่ที่มีหลายขั้นตอนได้ หลังจากดูวิดีโอสาธิตเพียงคลิปเดียว โดยไม่ต้องฝึกซ้ำ
- S1 เรียนรู้งานใหม่ได้อย่างไร
- ตามข้อมูลของ Skild ผู้ควบคุมจะบันทึกวิดีโอของงานที่ต้องการแล้วป้อนให้โมเดลในลักษณะพรอมต์ S1 จะตีความวัตถุและลำดับขั้นตอนที่ปรากฏในวิดีโอ แล้วแปลงเป็นการกระทำสำหรับหุ่นยนต์ที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งบริษัทเรียกเทคนิคนี้ว่า in-context learning
- Skild ใช้เทคโนโลยีใดของ NVIDIA ในการสร้าง S1
- Skild ระบุว่าใช้ NVIDIA Cosmos และ Cosmos Curator สำหรับข้อมูล ใช้ Omniverse และ Isaac Sim สำหรับการจำลองสถานการณ์ ใช้ Isaac Lab ร่วมกับเอนจินฟิสิกส์ Newton สำหรับการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง และใช้ Nsight กับ TensorRT สำหรับการฝึกฝนและการปรับแต่งการอนุมาน
- เทคโนโลยีนี้ถูกนำไปใช้งานที่ไหนบ้าง
- Skild ระบุว่าตนเองร่วมกับ NVIDIA และ Foxconn กำลังใช้ Skild Brain กับแขนกลคู่เพื่อประกอบระบบ NVIDIA Blackwell นอกเหนือจากความร่วมมือด้านการใช้งานอีกกว่า 60 แห่ง ครอบคลุมภาคการผลิต โลจิสติกส์ การตรวจสอบ ความปลอดภัย และการเตรียมอาหาร